การเรียนรู้ที่เราเกือบลืมมันไปแล้ว

Photo by Annie Spratt on Unsplash

ไม่นานมานี้ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเรื่อง Managing Oneself (ปัญญางาน จำการตน) ของ Peter F. Drucker

เล่มนี้อธิบายถึงหลายประเด็นที่เกิดขึ้นผ่านมุมมองของคนเขียน ประเด็นต่างๆถูกตั้งเป็นคำถามเพื่อให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่อง

อะไรคือจุดแข็งของเรา?

เราทำงานกับคนได้ดีไหม?

คุณค่าที่แท้จริงของฉันคืออะไร?

ฉันควรอุทิศตนให้กับสิ่งใด?

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผู้แปลหนังสือเล่มนี้แนะนำในการอ่านหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า

“วิธีการอ่านคือ อ่านช้าๆ

ทีละข้อ ทีละบรรทัด”

เพราะภายในแต่ละคำถาม ก็ยังมีคำถามข้างในที่คอยทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาเสมอ

คำถามหนึ่งในบทย่อยที่น่าสนใจสำหรับเรา คือเรื่อง

“ฉันเป็นนักอ่าน หรือนักฟัง” กับ “ฉันเรียนรู้ได้อย่างไร”

คนเขียนเรื่องนี้หยิบยกตัวอย่าง

เรื่องที่ว่าทำไมโรงเรียนถึงบังคับเด็กๆให้เรียนหนังสือ ด้วยวิธีการเขียน ซึ่งในโรงเรียนสามารถให้ได้เพียงแบบเดียว

ทั้งๆที่เด็กแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป

บ้างก็อาจเรียนรู้ด้วยการฟัง บ้างก็เรียนรู้ด้วยการอ่าน

จนแท้จริงแล้ว สำหรับเด็กบางคน โรงเรียนก็คงไม่ต่างอะไรจากนรก

สาระสำคัญจากตัวอย่าง ไม่ได้ทำให้เรานึกถึงเรื่องการศึกษาที่ล้มเหลว

แต่ทำให้เราฉุกคิดเรื่อง สาเหตุว่าทำไมบางคนถึงเก่งเรื่องนี้ ในอย่างที่เราไม่เก่งเหมือนเขากันนะ?

และนั่นอาจเป็นเพราะ เขามีการเรียนรู้ที่ต่างจากเราไป

ยกตัวอย่างคนรู้จักที่ชัดเจนมากๆ

พี่เก๋ พี่เมเนเจอร์ของเรา

สมัยก่อนที่พี่เก๋เป็นเมเนเจอร์ที่ยังคุมคนในทีม Pronto Tools แค่เพียง 20 กว่าคน ในตอนนั้นเราจะมีมีตติ้งที่เรียกว่า “1–1 Meeting”

การ 1–1 หรือเรียกง่ายๆว่าคือการคุยกันแบบตัวต่อตัวนี่แหล่ะ

อัพเดทเรื่องราวว่าเป็นยังไงบ้าง ไม่ว่าเรื่องงาน, เรื่องส่วนตัว, เรื่องคนในทีม, career path หรือสัพเพเหระอะไรก็ได้ เราสามารถคุยกันได้หมด

คิดดูว่าพี่เก๋ต้องฟังคนถึง 20 กว่าคน หมุนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆใน 1 เดือน ต่างคนต่างเรื่องราว และคุยแต่คนละก็ไม่ใช่จบแค่เรื่องๆเดียว

ประเด็นคือพี่เก๋จะไม่ได้รับฟังเฉยๆ สกิลที่น่าทึ่งของพี่เก๋คือสามารถมองคนไปทะลุปรุโปร่ง

บางครั้งเราก็พูดอะไรไปที่เรายังไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เพราะเรายังสับสน (ถึงได้ปรึกษาไง)

พี่เขาสามารถเลือกใช้คำพูดเพื่อซักถามต่อ แล้วสามารถเข้าใจได้ว่าจริงๆเรากำลังตั้งใจสื่อว่าอะไร กังวลเรื่องอะไร

หลายครั้งที่เราก็สงสัยว่า “พี่เขาทำได้ไงวะ?”

มันเป็นสกิลที่น่าทึ่งมาก แม้แต่ตัวเราเองก็ทำไม่ได้

เราอาจจะสรุปได้ว่าพี่เก๋มีการเรียนรู้จากการฟัง

และไม่ใช่แค่นั้น ผลลัพท์ของการฟังที่ดีของพี่เขาก็นำไปสู่การสื่อสารที่ดี ซึ่งคือการพูด

หลายต่อหลายครั้ง ที่เราอ่านหนังสือกับเพื่อนสมัยมหาลัย แล้วก็สงสัยว่า ทำไมเพื่อนมันอ่านหนังสือรอบเดียวแล้วรู้เรื่องนะ

แต่สำหรับเราแล้ว ต้องอ่านสัก 2–3 รอบแถมต้องจดลงไปอีกต่างหาก

แล้วเราก็คิดได้ว่า การเรียนรู้ของเราคืออะไร

หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง นั่นไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง

แต่เป็นเพราะเราไม่รู้จักตัวเองว่าเราเรียนรู้อย่างไร

จึงดึงศักยภาพที่แท้จริงไม่ได้


ขอบคุณ พี่บาส ที่ให้ยืมหนังสือเล่มนี้ ตอนแรกทักหนังสืออีกเล่มว่าน่าอ่าน แล้วจู่ๆพี่บาสก็ส่ง line man ส่งหนังสือมาให้พร้อมกับเล่มนี้มาด้วย

ขอบคุณ สมุดทุกๆเล่ม ที่เป็นคำตอบของคำถามนี้ 🙂

Comment and Feedback

Leave a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.